วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับต้นไม้ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก


ต้นไม้แห่งชีวิต ( Tree of Life)
อันดับที่ 1 ต้นไม้แห่งชีวิต ( Tree of Life)
ตั้งอยู่ห่างออกไป 2 กม.จากภูเขาแห่งหมอกควัน (Jebel Dukhan) ในซาอุดิอาระเบีย
แม้ว่าจะมีต้นไม่ที่อายุยืนอยู่มากมาย แต่ต้นไม้แห่งชีวิตต้นนี้กลับเป็นที่สนใจด้วยอายุกว่า
400 ปี ที่สามารถรอดทะเลทรายที่ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว ซึ่งถือเป็นความมหัศจรรย์ทาง
ธรรมชาติ

ต้นยูคาลิปตัสสีรุ้ง
อันดับที่ 2 ต้นยูคาลิปตัสสีรุ้ง
มีอีกชื่อหนึ่งว่า มินดาเนากัม เป็นต้นไม้ที่มีความสูงถึง 246 ฟุต (74.98 ม.) มีการกระจาย
พันธุ์ทางภูมิศาสตร์จากประเทศอินโดนีเซียไปที่ฟิลิปปินส์ มีความโดดเด่นด้วยริ้วสีเหลือง
เขียว ชมพู แดง และส้มที่กิ่งก้านและลำต้น นอกจากนี้ขณะที่มันเติบโตมันจะลอกออกเป็น
ชั้นบางๆ โดยเมื่อต้นเริ่มโตจะแตกเป็นริ้วสีเขียวไล่ไปเขียวเข้ม ก่อนจะกลายเป็นน้ำเงิน
สีม่วง ชมพูอมส้ม

ต้นไหมจุรี (งิ้วสีชมพู)
อันดับที่ 3 ต้นไหมจุรี (งิ้วสีชมพู)
เป็นต้นไม้ในตระกูล Malva มีถิ่นกำเนิดในป่าเขตร้อน ของทางอเมริกาใต้ เช่น บราซิล
ปารากวัย อาร์เจนติน่า บางต้นอาจสูงถึง 81 ฟุต (24.68 ม.) ทั้งลำต้นและกิ่งก้านจะเต็ม
ไปด้วยหนามแหลมขนาดใหญ่ เพื่อรักษาน้ำให้แก่ต้นในฤดูแล้ง ดอกสีแดง ชมพู และม่วง
นั้นมีขนาดประมาณ 4-6 นิ้ว ซึ่งภายในมีเมล็ดอยู่

Methuselah
อันดับที่ 4 Methuselah
เป็นต้นไม้พันธุ์สนชนิดหนึ่ง มีต้นกำเนิดในรัฐยูทาห์ เนเวอร์ดา และแคลิฟอร์เนีย เป็นต้น
ไม้ที่มีการเจริญเติบโตอย่างช้าๆ มันจะมีสีเขียวสดเป็นระยะเวลานานกว่า 40 ปี เป็นต้นไม้
ที่มีอายุยืนมาก ในปี 1957 ซึ่งเป็นปีที่มันถูกนำมาศึกษา มันมีอายุถึง 4,789 ปี

ต้นไม้จากวัดตาพรหม
อันดับที่ 5 ต้นไม้จากวัดตาพรหม
เป็นต้นไม้ในประเทศเขมร มีอยู่ 2 สายพันธุ์ ซึ่งมีความคิดเกี่ยวกับสายพันธุ์ทั้ง 2 แบ่งเป็น
กลุ่มแรกกล่าวว่าต้นที่ใหญ่กว่าเป็นต้นไหม ส่วนต้นที่เล็กกว่าป็นสายพันธุ์Tetrameles
nudiflora) ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าต้นที่เล็กกว่าน่าจะเป็น Strangler Fig tree

ต้นเบาบับ
อันดับที่ 6 ต้นเบาบับ
เป็นต้นไม้ที่มี 8 สายพันธุ์ โดย สายพันธุ์แอฟริกามีต้นกำเนิดในแอฟริกา แต่ถูกก็พบมาก
ในเอเชีย และคาบสมุทรอาราเบีย ขณะที่อีก 6 สายพันธุ์มีต้นกำเนิดในมาดากัสก้าเรียกว่า
แกรนดิดิเออร์บับเบา , มาดากัสก้าบับเบา ฯลฯ และอีกสายพันธุ์พบในออสเตรเลีย
ทั้งนี้ ต้นบับเบาที่พบในอิฟาติ เกาะมาดากัสก้านั้นมีอายุถึง 1,200 ปี ตันบับเบานี้สามารถ
บรรจุน้ำได้มากถึง 120,000 ลิตร เพื่อให้สามารถอยู่ได้ในฤดูแห้งแล้ง

ต้นตุเล Tule Tree
อันดับที่ 7 ต้นตุเล Tule Tree
จากในภาพต้นตุเลต้นนี้มีความสูงถึง 116 ฟุต ตั้งอยู่ใน เมืองโออาซากา ประเทศเม็กซิโก

ต้นเลือดมังกร
อันดับที่ 8 ต้นเลือดมังกร
มีอีกชื่อหนึ่งในภาษาเยเมนว่า ต้นมังกรโซโคตร้า ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาะโซ
โคตร้า มันมีลักษณะคล้ายร่ม เป็นต้นไม้ที่มียางสีแดงไหลซึม ที่ถูกนำไปใช้ในการผลิต
เครื่องสำอาง และใช้วาดลายบนเครื่องปั้นดินเผา

Elia Bouybon
อันดับที่ 9 Elia Bouybon
เป็นต้นมะกอกที่อยู่ในหมู่บ้าน Ano Vouves บนเกาะกรีก ในประเทซกรีซ เชื่อหรือไม่ว่าต้น
มะกอกที่เก่าแก่อายุราว 3,500 ถึง 4,000 ปีต้นนี้ ยังสามารถผลิตผลมะกอกที่รสชาติเป็น
เลิศได้อยู่ ต้นมะกอกนี้มีความหนาถึง 15 ฟุต ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปชมความงามของ
ต้นมะกอกเก่าแก่นี้กว่า 20,000 คน

Angel Oak
และอันดับที่ 10ได้แก่ Angel Oak
อยู่บนเกาะจอห์น ทางตอนใต้ของรัฐเซาท์แคโรไลน่าอายุกว่า 1,500 ปี แผ่กิ่งก้านสาขา
กว้างออกไปถึง 17,2000 ตารางฟุต ต้นโอ็คนี้ได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่สุนในตะวันออก
ของแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ มีเส้นรอบวงกว้าง 28 ฟุต กิ่งของต้นมีความยาวกว่า 100ฟุต ต้น
โอ็คต้นนี้อยู่คู่กันมหันตภัยต่างๆของโลกมาแล้ว ทั้ง แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมือง
ชาร์ลสตัน ปี 1886 น้ำท่วมและเฮอร์เคน ในปี 1989

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

ใหญ่โคตร! หนุ่มเพาะกล้ามอียิปต์ทำลายสถิติโลก














เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก resumodanet.com 

         หนุ่มวัย 24 ปี ชาวอียิปต์ทำลายสถิติใหม่กินเนสส์บุ๊ก 2013 เป็นชายผู้มีมัดกล้ามเนื้อใหญ่ที่สุดในโลก วัดได้ 31 นิ้ว

         เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เว็บไซต์เดอะซันของอังกฤษ รายงานว่า มุสตาฟา อิสมาอิล หนุ่มชาวอียิปต์วัย 24 ปี เป็นชายผู้มีมัดกล้ามเนื้อใหญ่ที่สุดในโลก วัดได้ 31 นิ้ว ซึ่ง เขามักจะได้รับฉายาจากเพื่อน ๆ ว่า บิ๊ก โม โดยกิจวัตรประจำวันที่เขาต้องทำ คือ การออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก 500 กิโลกรัม พร้อมทั้งเนื้อไก่อีก 3 ปอนด์ สเต็กเนื้อหรือปลาอีก 1 ปอนด์ ตามด้วยโปรตีนเชคอีก 3 ลิตร เพื่อเสริมสร้างโปรตีนให้ร่างกายทุกวัน

         จากกิจวัตรประจำวันดังกล่าว ทำให้รูปร่างเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เขากลายเป็นผู้ที่มีมัดกล้ามเนื้อไบเซ็ปที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดได้ 31 นิ้ว หรือ เทียบเท่ากับเอวผู้ชายเลยทีเดียว ทำให้เขาคว้ารางวัลจากกินเนสส์บุ๊ก ฉบับปี 2013 มาครองได้สำเร็จ ผู้มาเจอมุสตาฟาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเหมือนป็อปอาย ตัวการ์ตูนยอดนิยมนั่นเอง

         สำหรับ มุสตาฟา ย้ายจากบ้านเกิดในอียิปต์มาอยู่ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 5 ปีแล้ว โดยอาศัยอยู่กับภรรยาวัย 30 ปี เขาเริ่มหันมาสนใจเพาะกาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ เขาเข้าโรงยิมเพื่อไปออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงตามปกติ แต่ต่อมา เขาได้รับคำชมมากมายเกี่ยวกับกล้ามเนื้อที่โตขึ้นอย่างรวดเร็วของเขา เขาจึงเริ่มสนใจเพาะกล้ามเนื้อเพิ่มขนาดไบเซ็ปด้วย จนมันใหญ่มากจนถึงทุกวันนี้

น้ำยมทะลักรอบ 2 ท่วมจวนผู้ว่าฯ สุโขทัย สูงกว่า 7 เมตร







เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก @wichernp


         บิ๊กแบ็ก-เกเบียน เอาไม่อยู่! น้ำยมทะลักท่วมตลาดเทศบาลเมืองสุโขทัยรอบ 2 ท่วม จวนผู้ว่าฯ สุโขทัย สูง 7 เมตร เผย ขณะนี้สุโขทัยอ่วม 5 อำเภอ ระดับน้ำสูงกว่าจุดวิกฤติทั้งหมด

         สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุโขทัย ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (16 กันยายน) โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์กำลังจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติอีกครั้ง หลังจากปริมาณน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นเกินจุดวิกฤติ โดยบริเวณหน้าจวนผู้ว่าฯ สุโขทัย วัดความสูงได้ 7.45 เมตร และยังคงเพิ่มระดับความสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีมวลน้ำป่าจาก อ.วังชิ้น จ.แพร่ ไหลเข้ามาสมทบ

         ทั้ง นี้ ในส่วนบริเวณที่วางบิ๊กแบ็กและเกเบียนเป็นแนวป้องกันน้ำยมไม่ให้ไหลเข้า ทะลักท่วมตัวเมืองสุโขทัยนั้น ตอนนี้พบว่ามีรอยรั่วซึมหลายแห่ง รวมถึงมวลน้ำยมได้ทะลักเข้ามายังท่อระบายน้ำแล้ว ส่งผลให้น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น และเข้าท่วมตลาดเทศบาลเมืองสุโขทัยเป็นครั้งที่ 2

         ขณะที่ ผู้ประกอบการร้านค้า และชาวบ้านในตลาด ที่เพิ่งจะทำความสะอาดที่อยู่อาศัยเสร็จ กลับต้องยกข้าวของขึ้นบนที่สูงอีกครั้งอย่างโกลาหล เนื่องจากไม่มั่นใจกับสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้

         ส่วนทางบริเวณหมู่ 4 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย น้ำยมได้เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านสูงถึง 2 เมตร และยังไหลบ่าเข้าท่วมถนนจรดวิถีถ่อง สายสุโขทัย-ศรีสำโรง ตรงด้านหน้าการประปาส่วนภูมิภาค ทำให้ระดับน้ำสูง 50-90 เซนติเมตร เป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้

         อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์  สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ได้เดินทางมามอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 1,000 ชุด จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดย ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจำวน 19 ราย ส่วนมาเป็นกิจการโรงกลึง และอู่ซ่อมเครื่องยนต์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างประเมินความเสียหาย
         ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ตั้งแต่ตอนบนที่ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง และ อ.กงไกรลาศ สูงกว่าจุดวิกฤติทั้งหมด และเอ่อล้นขยายเป็นวงกว้าง เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนราษฎรอย่างไม่สามารถป้องกันได้

         อย่างไรก็ดี ทางด้านสถานการณ์น้ำท่วมที่ หมู่บ้าน ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย มีรายงานว่า ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 1,500 ครัวเรือน พืชสวนพังเสียหายกว่า 2,000 ไร่ แต่ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ และเตรียมฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยต่อไป

[13.10 น.,16 ก.ย.] บิ๊กแบ็กในตัวเมืองสุโขทัยพังแล้ว น้ำไหลทะลักเข้าตัวเมือง

         สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยธานี ล่าสุดมีรายงาน บิ๊กแบ็กในตัวเมืองสุโขทัยพังแล้ว น้ำเริ่มไหลทะลักเข้าตัวเมือง ทางด้านผู้ว่าฯ สุโขทัย ประกาศให้ประชาชนอพยพออกนอกพื้นที่ และสั่งปิดโรงเรียน 


         ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 15 กันยายน เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ป้องกันจังหวัด ชลประทานจังหวัด ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่กลางดึก หลังจากพบรอยรั่วที่บริเวณบิ๊กแบ็ก จุดล้อมกั้นโพรงน้ำที่ลอดพนังกั้นแม่น้ำยม และเป็นสาเหตุทำให้น้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจ อีกทั้งเครื่องสูบน้ำที่ประจำจุดนี้ ซึ่งใช้ไฟฟ้าต้องหยุดการทำงาน เนื่องจากน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ ต้องตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เครื่องสูบน้ำจากชลประทาน ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่องแทน


         อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทวิตเตอร์ @wichernp รายงานว่า บิ๊กแบ็กในตัวเมืองสุโขทัยพังแล้วเมื่อเวลาประมาณ 12.43 น. วันนี้ (16 กันยายน) หลังจากมีน้ำไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำท่วม จะถึงขอบกำแพงวัดราชธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย 

         ทางด้านผู้ว่าฯ สุโขทัย ประกาศให้ประชาชนอพยพออกนอกพื้นที่ และสั่งปิดโรงเรียนในเมืองแล้ว หลังได้รับการแจ้งว่ามีน้ำไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลสุโขทัย เนื่องจากน้ำในแม่น้ำยมมีระดับสูงขึ้น






         ทางด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เรียกประชุมด่วนกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเพื่อเตรียมรับมือน้ำท่วม จังหวัดสุโขทัยโดยด่วน      
   

ปชช.สวรรคโลก เร่งย้ายของหนีมวลน้ำใหญ่

           นายกเทศบาลสวรรคโลก ออกเตือนประชาชน เร่งขนย้ายสิ่งของ หลัง มวลน้ำขนาดใหญ่ไหล ลงแม่น้ำยม เกือบวิกฤติ

           นายสมชาติ ลิมปะพันธุ์ นายกเทศบาลเมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้ประกาศเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยม เขตเทศบาลเมืองสวรรคโลก ทั้ง 2 ฝั่ง ให้เก็บของขึ้นที่สูง เนื่องจาก มวลน้ำจำนวนมากที่ไหลมาจากบ้านแม่เทิน ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย ไหลลงแม่น้ำยม จึงทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนวิกฤติ  ระดับน้ำหน้าสถานีดับเพลิงสวรรคโลก อยู่ที่ 10.42 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับแม่น้ำยมที่รับได้อยู่ที่ 10 เมตร ทางเทศบาลเมืองสวรรคโลก จึงได้นำกระสอบทราย วางเป็นแนวเขื่อนสูง 1 เมตร ตลอดแม่น้ำยม ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าไหลท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของ อ.สวรรคโลก  แต่กระแสน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ ที่ ต.ย่านยาว  ต.คลองกระจง ต.เมืองบางยม และ ต.ท่าทอง

           ส่วนพื้นที่ ที่ถูกน้ำท่วมหนักสุด อยู่ที่ หมู่ 1 และหมู่ 8 ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก เนื่องจาก พื้นที่ดังกล่าเป็นพื้นที่ต่ำและรองรับน้ำ กระแสน้ำ ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าตลิ่งแม่น้ำยมเกือบ 1 เมตร ได้กัดแซะแนวเขื่อนดินริมแม่น้ำพังเป็นแนวยาว และน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยมสูง กว่า 2 เมตร จึงทำให้ประชาชนจำนวนมาก ต้องขนข้าวของและสัตว์เลี้ยง ขึ้นมาทำเพิงพักอาศัยอยู่ริมถนนสาย สวรรคโลก-สุโขทัย เป็นจำนวนมาก สะพานข้ามแม่น้ำยมบ้านไทรย้อย และถนนริมแม่น้ำยมตลอดสาย ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจาก ถูกน้ำท่วมสูง ส่วนถนนสายหลัก ยังสัญจรไปมาได้ตามปกติเนื่องจากสูงกว่าถนนริมแม่น้ำ

การจัดอันดับ10 เกาะดีที่สุดในโลก ปี 2012

10เกาะดีที่สุดในโลก
นิตยสารด้านการท่องเที่ยวชื่อดังของโลก "ทราเวล แอนด์ ลีเชอร์" ประกาศผลรางวัล World’s Best Awards 2012 หลังทำการสำรวจความเห็นผู้อ่านทั้งในหน้านิตยสาร ไอแพด และทางเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2010 ถึง 31 มีนาคม 2012 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าในปีนี้ไม่มีเกาะของไทยติดโผเข้ามาด้วย (พิจารณาจาก ความสวยงามทางธรรมชาติ , กิจกรรมต่างๆ/สถานที่ท่องเที่ยว , ร้านอาหาร/อาหาร , ความเป็นมิตรของผู้คน และความคุ้มค่า)




อันดับที่ 1 เกาะโบราเคย์ ประเทศฟิลิปปินส์

อันดับที่ 2 เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

อันดับที่ 3 หมู่เกาะกาลาปากอส ประเทศเอกวาดอร์

อันดับที่ 4 เกาะเมาวี (Maui) รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 5 แนวปะการังใหญ่ (เกรท แบริเออร์ รีฟ) ประเทศออสเตรเลีย

อันดับที่ 6 เกาะซานโตรินี่ ประเทศกรีซ

อันดับที่ 7 เกาะคาวายอี (Kauai) รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 8 เกาะบิ๊กไอส์แลนด์ (เกาะฮาวาย) รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 9 เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี

อันดับที่ 10 แวนคูเวอร์ ไอส์แลนด์ รัฐบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา

10 อันดับ “รถยนต์แพงที่สุด” ประจำปี 2012

นิตยสาร “ฟอร์บส์” เปิดโผรถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่มีค่าตัวแพงที่สุดในปี 2012 (พิจารณาจากราคาจำหน่ายมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา)
อันดับที่ 10 พอร์ช 918 สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder)

รถสปอร์ต (ไฮบริด) สายพันธุ์เยอรมันคันนี้ มีราคาจำหน่าย $845,000  (กว่า 26 ล้านบาท) ใช้ เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.4 ลิตร ขุมพลัง 500 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวที่ให้ขุมพลัง 218 แรงม้า โดยมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 3.1 วินาที
อันดับที่ 9 เอสเอสซี ทัวทาร่า (SSC Tuatara)

รถสปอร์ตสัญชาติอเมริกันคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.8 ลิตร ให้ขุมพลังเต็มเปี่ยมที่ 1,350 แรงม้า อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 2.5 วินาที  ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ  $970,000  (กว่า 30 ล้านบาท)
อันดับที่ 8 เฮนเนสซี่ย์ เวนอม จีที (Hennessey Venom GT)

รถยนต์อเมริกันคันนี้มีค่าตัวราว $1 ล้าน (กว่า 31 ล้านบาท) ใช้เครื่องยนต์ V8 ขุมพลัง 1,200  แรงม้า อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 2.5 วินาที
อันดับที่ 7 ปากานี่ ไวร่า (Pagani Huayra)
 
รถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์อิตาลีคันนี้มีค่าตัว $1.3 ล้าน (เกือบ 41 ล้านบาท) ใช้เครื่องยนต์ V12 ของเมอร์เซเดส เบนซ์ ที่ให้ขุมพลัง 700 แรงม้า โดยมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 3.5 วินาที
อันดับที่ 6 มายบัค แลนเดาเล็ต (Maybach Landaulet)  
 
รถเปิดประทุนสุดหรูจากเยอรมนีคันนี้ มีค่าตัว $1.4 ล้าน (เกือบ 44 ล้านบาท) ใช้เครื่องยนต์ V12 620  แรงม้า อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 5.2 วินาที
อันดับที่ 5 แอสตัน มาร์ติน วัน-77 (Aston Martin One-77 )
 
ซูเปอร์คาร์เมืองผู้ดีคันนี้มีค่าตัวเท่ามายบัค แลนเดาเล็ตที่  $1.4 ล้าน (เกือบ 44 ล้านบาท) โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตร ที่ให้พลัง 750 แรงม้า และมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 3.7  วินาที
อันดับที่ 4 คอนิกเส็กก์ อาเกียร่า อาร์ (Koenigsegg Agera R)

ซูเปอร์คาร์จากประเทศสวีเดนคันนี้ ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ที่มาพร้อมขุมพลัง 1,115 แรงม้า  โดยมีอัตราเร่งตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 2.9  วินาที ค่าตัวอยู่ที่  $1.7 ล้าน (กว่า 53 ล้านบาท) และถ้าอยากได้เวอร์ชั่นคาร์บอนไฟเบอร์ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก  $270,000  (เกือบ 8.5 ล้านบาท) 
อันดับที่ 3 เซนโว เอสที วัน (Zenvo ST1)

รถสปอร์ตสุดหรูจากประเทศเดนมาร์กคันนี้ มีค่าตัวสูงถึงคันละ $1.8 ล้าน (กว่า 56 ล้านบาท) โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขุมพลัง 1,250 แรงม้า อัตราเร่งตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 2.9  วินาที
 อันดับที่ 2 เฟอร์รารี่ 599 เอ็กซ์เอ็กซ์ (Ferrari 599XX)

สุดยอดรถสปอร์ตสายพันธุ์อิตาลีคันนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ที่ให้ขุมพลัง 700 แรงม้า และมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง(0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 2.9  วินาที ค่าตัวของรถรุ่นนี้ไม่มีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการ แต่ลือกันว่าน่าจะมากกว่า $2 ล้าน (มากกว่า 63 ล้านบาท) เห็น ค่าตัวแพงขนาดนี้ ขอบอกว่านำมาวิ่งบนท้องถนนไม่ได้ (ต้องซิ่งในสนามแข่งรถเท่านั้น) ที่สำคัญ รถรุ่นนี้ทางเฟอร์รารี่จะจำหน่ายให้กับผู้ที่ได้รับคำเชิญ (ให้ไปซื้อ) เท่านั้น
อันดับที่ 1  บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต (Bugatti Veyron Supersport) 

สุดยอดรถยนต์จากแดนน้ำหอม “บูกัตติ เวย์รอน ซูเปอร์สปอร์ต” มาพร้อมค่าตัวที่สูงถึง  $2.6 ล้าน (กว่า 81 ล้านบาท) รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ W16 ที่ให้ขุมพลังสูงถึง 1,200  แรงม้า และมีอัตราเร่งสูงสุดตั้งแต่ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 ก.ม./ช.ม.) ภายในเวลา 2.4  วินาที

สำรวจประเทศที่ไม่มี 'โค้ก' วางจำหน่าย​

 

บริษัท โคคา-โคล่า เพิ่งกลับมาบุกตลาดเมียนมาร์อีกครั้งหลังจากยุติการจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำ อัดลมในเมียนมาร์ไปเกือบ 60 ปี ไปสำรวจว่าประเทศใดในปัจจุบันที่ไม่มีเครื่องดื่มโค้กวางจำหน่ายบ้าง

เป็น เวลาเกือบ 60 ปีที่โคคา-โคล่าหยุดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศเมียนมาร์และเพิ่ง กลับมาบุกตลาดเมียนมาร์อีกครั้งในปีนี้ ซึ่งข่าวนี้อาจทำให้หลายคนสงสัยว่า ในประเทศใดบ้างที่ยังไม่มีสินค้าแบรนด์ดังอย่างโค้กวางจำหน่าย 

สำหรับ กรณีของเมียนมาร์ที่โค้กหยุดวางจำหน่ายไปในช่วงปี 2505 จนถึงปี 2554 นั้นเป็นเพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรการค้ากับเมียนมาร์ในช่วงที่รัฐบาลทหารปกครองประเทศ แต่กำลังจะกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง โดยสินค้าล็อตแรกเพิ่งส่งมาถึงเมียนมาร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และกำลังจะเริ่มดำเนินการผลิตในประเทศเมียนมาร์ในเร็วๆ นี้
ใน ปัจจุบัน มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่ไม่มีผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคล่าวางจำหน่าย คือ เกาหลีเหนือและคิวบา ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางการค้ามาเป็นเวลานาน 50-60 ปี
สำหรับ คิวบา แม้ว่าจะเป็น 1 ใน 4 ประเทศแรกที่จำหน่ายเครื่องดื่มโค้กบรรจุขวด ในปี 2449 แต่โคคา-โคล่าปิดบริษัทในคิวบาลงเมื่อนายฟิเดล คาสโตรขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ พร้อมกับประกาศใช้นโยบายยึดทรัพย์สินเอกชนเข้าเป็นของรัฐ และไม่เคยกลับไปยังคิวบาอีกเลย

ส่วน ในเกาหลีเหนือ แม้ว่าจะมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า มีเครื่องดื่มโค้กวางจำหน่ายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในกรุงเปียงยาง แต่ทางโคคา-โคล่ายืนยันว่า ถ้ามีเครื่องดื่มของทางบริษัทวางจำหน่ายในเกาหลีเหนือหรือคิวบา สินค้าเหล่านั้นถูกซื้อขายผ่านตลาดมืดหรือไม่ใช่สินค้าที่บริษัทวางจำหน่าย โดยตรง

ขณะที่นายมาห์มูด อะห์มาดิเนจาด ประธานาธิบดีอิหร่าน เคยขู่ว่าจะสั่งห้ามการวางจำหน่ายโค้กในประเทศ เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรประกาศใช้กับอิหร่าน ส่วนนายฮูโก ชาเวซ ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาก็เพิ่งออกมาเรียกร้องให้ประชาชนหันไปดื่มน้ำผลไม้ ที่ผลิตในประเทศ แทนน้ำอัดลมอย่างโค้กหรือเป๊ปซี่

แม้ ว่าในปัจจุบัน โคคา-โคล่าจะมียอดจำหน่ายน้ำอัดลมสูงถึง 1,800 ล้านขวดต่อวัน แต่การที่โคคา-โคล่าไม่ได้วางจำหน่ายสินค้าในทุกประเทศ นอกจากจะเป็นเพราะมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางบริษัทแล้ว ยังเป็นมรดกมาจากสมัยสงครามเย็นอีกด้วย เนื่องจากโคคา-โคล่าเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของระบบทุนนิยมมาตั้งแต่ช่วงสงคราม เย็น จึงถูกกีดกันในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม

หลัง จากสงครามเย็นสิ้นสุดไป ประเทศคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคต่างๆ ได้เริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการควบคุมด้านเศรษฐกิจ และโคคา-โคล่าก็ค่อยๆ บุกตลาดประเทศอดีตคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย จนมีผู้ยกย่องว่า การดื่มโค้กถือเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพที่ชาวเยอรมันในฝั่งตะวันออกได้รับ หลังจากกำแพงเบอร์ลินล่มสลายในปี 2532



วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับสัตว์ที่นอนหลับนานที่สุด

10 แมว เสือชีตาห์

แมว เสือชีตาห์ นอนเฉลี่ยวันละ 12.1 ชั่วโมง ชีตาห์นั้นเป็นสัตว์ที่มีความเร็วสุดยอดมาก และเวลาล่าเหยื่อจะนำเหยื่อขึ้นไปกินบนต้นไม้
 
 
 
 
9 หนู
หนู ใช้เวลานอนวันละ 12.6 ชั่วโมง หนูเป็นสัตว์ประเภทฟันแทะตัวเล็ก แต่หนูมีหลายประเภทนะ มีทั้งแบบเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักและเป้นหนูตามท้องถนนทั่วไปที่ค่อนข้างสกปรก
 
 
 
 
8 สิงโต
สิงโต นอนวันละ 13.5 ชั่วโมง สิงโตเป็นสัตว์ขนาดใหญ่แต่ไม่ใหญ่มาก กินเนื้อเป็นอาหารและอยู่กันเป็นฝูงมีตัวผู้เป็นจ่าฝูงและ เพศเมียจะเป็นฝ่ายหาอาหารเพื่อเลี้ยงลูกและฝูง
 
 
 
 
7 คางคก
คางคกก็นอนเป็น โดยใช้เวลาวันละ 14.6 ชั่วโมง ทีมงาน toptenthailand ว่านอนเยอะมาก เอาเวลาไหนไปนอน คางคก มี 4 ขา มี 5 นิ้ว ปลายนิ้วไม่มีเล็บตัวอ่อนอยู่ในน้ำหายใจด้วยเหงือก ตัวเต็มวัยอยู่บนบกหายใจด้วยปอดมีหัวใจ 3 ห้อง ออกไข่ในน้ำ ผิวหนังไม่มีเกล็ด ผิวหนังเปียกชื้น มีต่อมเมือก ผสมพันธุ์ภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพื่อการเจริญเติบโต เป็นสัตว์เลือดเย็น
 
 
 
 
6 กระรอก
กระรอกนอนวันละ 14.9 ชั่วโมง เป็นสัตว์ขนาดเล็กที่ใครหลายๆคนอยากจะเลี้ยงเพราะความน่ารักของมันเอง
 
 
 
 
5 เสือ
เสือ นอนวันละ 15.8 ชั่วโมง เสือนั้น เป็นแมวขนาดใหญ่ครับและยังเป็นสัตว์ที่กินเนื้อเป็นอาหารด้วย
 
 
 
 
4 งูหลาม
งูหลาม นอนตัวละ 18 ชั่วโมงกินสัตว์แทบทุกชนิด เช่น เก้ง สุนัข กระต่าย หนู ไก่ เป็ด นก กบ บางครั้งก็จับปลากินด้วยงูเหลือมมีการสืบพันธุ์คล้ายงูหลาม แต่มีระยะฟักไข่ 3 เดือน
 
 
 
 
3 โอพอสซัม
โอพอสซัม นอนตัวละ 18 ชั่วโมง ใครหลายคนคงเคยดู มาดากัสการ์ หรือ ไอซ์ เอจ เพราะเจ้าตัวโอพอสซัม ในการ์ตูนนั้นน่ารักมากและแทบไม่ต่างจากตัวจริงเลย พอสซั่มเป็นสัตว์ที่เชื่องช้า แล้วก็เอาแต่นิ่งอย่างเดียว ขันติสูง .... Possum เป็นสัตว์กินพืชและแมลงเล็ก ๆ มีนิ้วมือใช้ได้เหมือนมือมนุษย์ที่สำคัญมี กระเป๋าหน้าท้องไว้เลี้ยงลูกเหมือนจิงโจ้ ด้วยออกลูกทีละหลายตัวอาจถึงสิบตัว เมื่อลูกออกจากกระเป๋าแล้วก็จะเกาะตัวแม่อยู่เวลาเดินไปไหนมาไหนก็จะห้อย เกาะแม่กันโตงเตงเป็นสัตว์ที่ไม่ดุร้าย อย่างดีก็ทำเสียงรอดไรฟัน ฟู่ฟ่า ออกมานิดหน่อยเท่านั้น
 
 
 
 

2
ตัวนิ่ม
ตัวนิ่ม นอนวันละ 18.1 ชั่วโมง ตัวนิ่ม หรือ ลิ่น เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ตกลูกครั้งละ 1 ตัว มีเกล็ดอ่อนนิ่มตั้งแต่แรกเกิด เมื่อโตเต็มวัยจะหนาแข็งสีน้ำตาลเข้มห่อหุ้มเป็นเสมือนเกราะป้องกันภัย ตัวเมียจะให้ลูกเกาะไปด้วยตรงบริเวณโคนหาง เมื่อมีภัยมันจะม้วนตัวกลมเอาลูกไว้ในวงตัวนิ่มเป็นสัตว์ที่ไม่มีฟัน ปากแหลมลักษณะรูเล็ก ๆ ลิ้นเล็กแต่ยาวและเหนียวสำหรับจับอาหารเข้าปาก
 
 
 
 
1 ค้างคาวท้องสีน้ำตาล (Brown Bat)
ค้างคาวท้องสีน้ำตาล (Brown Bat) ใช้เวลานอนวันละ 19.9 ชั่วโมง โอ้ แม่เจ้า ทีมงาน toptenthailand เคยทดลองนอนแบบนี้มาแล้ว ตื่นขึ้นมาถึงกับหน้ามืดเลยทีเดียว